Showing all 12 results

แฟลชไดร์ฟ

GP-TD011 แฟลชไดร์ฟ

฿110.00

แฟลชไดร์ฟ

GP-TD010 แฟลชไดร์ฟ

฿110.00

แฟลชไดร์ฟ

GP-TD009

฿120.00฿370.00

แฟลชไดร์ฟ

GP-TD008

฿135.00฿215.00

แฟลชไดร์ฟ

GP-TD007

฿145.00฿290.00

แฟลชไดร์ฟ

GP-TD006

฿140.00฿280.00

แฟลชไดร์ฟ

GP-TD005

฿195.00฿305.00

แฟลชไดร์ฟ

GP-TD004

฿140.00฿285.00

แฟลชไดร์ฟ

GP-TD003

฿115.00฿220.00

แฟลชไดร์ฟ

GP-TD002

฿125.00฿235.00

แฟลชไดร์ฟ

GP-TD001

฿145.00฿290.00

แฟลชไดร์ฟคืออะไร และมีหน้าที่ทำอะไร

แฟลชไดร์ฟ หรือ USB Flash Drive เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เก็บบันทึกข้อมูลชนิดหนึ่ง โดยใช้พอร์ต usb ไม่ว่าจะพอร์ต 2.0 หรือพอร์ต 3.0 ซึ่งเป็นช่องทางในการรับ/ส่งข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ มีขนาดเล็ก พาพาได้สะดวก หรือบางที่อาจเรียกว่า Handy Drive หรือ Thumb Drive อย่างที่เราคุ้นเคยกันนั่นเอง ซึ่งหากเราต้องการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ ก็เพียงแค่นำอุปกรณ์แฟลชไดร์ฟเสียบผ่านช่องพอร์ต usb ของคอมพิวเตอร์ เพียงเท่านี้เราก็จะเห็นไดร์ฟของอุปกรณ์ปรากฎขึ้นมา หลังจากนั้นเราก็จะสามารถทำการอ่านหรือเก็บข้อมูลได้เลย และเมื่อต้องการจะเลิกใช้ก็เพียงแค่คลิกขวา และกดเลือก Safely Remove Hardware แล้วดึงแฟลชไดร์ฟออกมาจากคอมพิวเตอร์ได้เลย

1.เลือกความจุให้เหมาะสมกับการใช้งาน

การจะเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟ อย่างแรกเลยคือเราต้องดูที่การใช้งานของเราเป็นหลัก ว่าเราต้องใช้เก็บข้อมูลมากน้อยเพียงใด ถ้าหากเราแค่ต้องการนำมาเก็บไฟล์งาน รูปภาพเล็กๆน้อยๆ ความจุของแฟลชไดร์ฟ 16GB ก็เพียงพอแล้ว แต่หากเราต้องการเก็บไฟล์ที่มากกว่าไฟล์งานและรูปภาพเล็กๆน้อยๆ อย่างเพลง ไฟล์หนัง ก็ควรซื้อแฟลชไดร์ฟที่มีความจุมากกว่า 32GB ขึ้นไป เพราะหากเราคำนวณจากการใช้งานได้อย่างถูกต้องจะทำให้เราไม่ต้องเสียเงินซื้อแฟลชไดร์ฟมาเปลี่ยนใหม่อยู่บ่อยๆนั่นเอง

แฟลชไดร์ฟไม้ไผ่

2.คำนึงถึงความปลอดภัย และการรับประกัน

ความปลอดภัยในการใช้งานแฟลชไดร์ฟถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ หากแฟลชไดร์ฟที่เราใช้นั้นเป็นแฟลชไดร์ฟของเราเองก็จะไม่ต้องกังวลมากนัก แต่หากแฟลชไดร์ฟที่เราจะต้องใช้นั้นเป็นแฟลชไดร์ฟที่ต้องใช้งานร่วมกันหลายคน หรือกับเครื่องคอมพิวเตอร์ในที่สาธารณะ การเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟที่มีการป้องกันข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น สามารถใส่รหัสผ่านได้ สแกนลายนิ้วมือได้ หรือป้องกันการถ่ายโอนไวรัส และมัลแวร์ได้ เป็นต้น

และควรมองหาแฟลชไดร์ฟที่มีการรับประกันหลังการขายอย่างน้อย 1 ปี หรือตลอดการใช้งาน เพราะหากแฟลชไดร์ฟของเรามีปัญหา ทำให้ข้อมูลต่างๆในแฟลชไดร์ฟสูญหาย จะได้สามารถนำไปเคลมเพื่อเปลี่ยนแฟลชไดร์ฟใหม่ได้ และไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่อยู่บ่อยๆนั่นเอง

> อ่านบทความ ความแตกต่างระหว่าง ขวดน้ำพรีเมี่ยมสแตนเลสหนาชั้นเดียวและ 2 ชั้น

แฟลชไดร์ฟสแตนเลส

3.วัสดุที่ใช้ผลิต

วัสดุที่ใช้ในการผลิตแฟลชไดร์ฟก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่แพ้กับการเก็บป้องกันรักษาข้อมูล เพราะหากวัสดุที่ใช้ในการผลิตแฟลชไดร์ฟไม่แข็ง เมื่อทำตกหล่นก็อาจทำให้ข้อมูลเสียหายได้ เพราะฉะนั้นการเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟ ถ้าจะให้ดีควรจะเป็นแฟลชไดร์ฟที่ผลิตจากวัสดุอลูมิเนียมหรือโลหะ หรือวัสดุที่มีความแข็งแรงเป็นเคส มีหัวหรือฝาปิดเพื่อป้องกันตัวด้านใน แต่ราคาก็อาจจะสูงขึ้นสักนิด

4. Check พอร์ตการเชื่อมต่อ

พอร์ตการเชื่อมต่อก็เป็นสิ่งที่สำคัญที่เราควรจะเช็คก่อนซื้อมาใช้งาน เพราะพอร์ตแต่ละแบบราคาจะแตกต่างกัน อย่าง พอร์ต USB 2.0 จะเหมาะกับการใช้งานทั่วๆไป เช่น เก็บไฟล์งานขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็น Word / PDF / หรือรูปภาพต่างๆ และพอร์ต usb 3.0 จะเหมาะกับการเก็บไฟล์ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์หนัง ไฟล์วิดิโอ เป็นต้น

5.ราคาคุ้มค่ากับความจุ

กำหนดงบประมาณที่ต้องการ เพราะแฟลชไดร์ฟนั้นราคาจะขึ้นอยู่กับวัสดุที่ผลิต พอร์ตการเชื่อมต่อ และความจุ ซึ่งความจุของแฟลชไดร์ฟนั้นก็มีตั้งแต่ 512MB,1GB,2GB,4GB,8GB,16GB,32GB ฯลฯ แต่ราคาก็สูงขึ้นตามความจุ แต่หากเรากำหนดงบประมาณเอาไว้ เราก็จะได้มาคำนวณและเลือกซื้อแฟลชไดร์ฟให้คุ้มค่าและตอบโจทย์กับงบประมาณของเราให้มากที่สุด 

> อ่านบทความ ประชาสัมพันธ์แบรนด์ได้ง่ายๆ ด้วยแก้วน้ำพรีเมี่ยม